you talk, i smile
In the cold afternoon, i biked to a bookstore in the city
i got 2 books that i finally really wanted to read, twilight and new moon!
i went to eat in a coffee shop, tuck one doughnut,wrapped in paper, into my bag
today, i wanted to go somewhere i’ve never been before
it’s a quite park along the river that stay a little far from the city
there were several benches in the near area ..
+ โอ้ เขียนไม่จบแฮะ สองปีแล้วนะตั้งแต่วันนั้น ..
ขี่จักรยานไปคนเดียวเลย ซื้อหนังสือแล้วก็ไปนั่งอ่านริมแม่น้ำ เงียบๆ
คนผ่านไปผ่านมาบ้างบางคราว บ้างวิ่ง เดิน หัวเราะ
จ้องมอง ได้กลิ่นดอกไม้ ฟังเสียงผู้คน – ฟังเสียงตัวเอง
แม่น้ำเย็นเฉียบที่เพิ่งผ่านการละลายของน้ำแข็งตลอดฤดูหนาว – ไหลรวดเร็วเรื่อยเรื่อย
ใจเราอยู่ที่ไหนกัน?
ในที่สุดก็ปิดหนังสือ แล้วก็นั่งอยู่กับ “ปัจจุบัน” ดีกว่า!
ที่นี่เหมือนโอเอซิสที่เพิ่งค้นพบเลย เนินเตี้ยๆริมแม่น้ำใหญ่ของเมือง
ทางเดินที่ถึงจะแคบมากแต่ก็มีทางให้คนเดินและจักรยานเสมอ
ลัดเลาะไปเรื่อยผ่านคนแปลกหน้า ก็เจอที่ๆเหมือนกับวิทยาลัยเล็กๆ ทำนองนั้น
มีหอด้วย คนตรึม!! ทุกคนออกมานั่งตากแดดกลางสนาม ปิกนิก คุย ฟังเพลง ฯลฯ
ความรู้สึกแรกที่มีก็คือ ” อยากเรียนที่นี่บ้างจังโว้ย!” 555
จูงจักรยานไปเรื่อย ก็เริ่มเย็นละ เดินมาเป็นชั่วโมงแต่ไม่เมื่อยเลยแฮะ
เห็นที่ดีๆแล้วอารมณ์ก็ดีไปด้วย..
วันนั้นก็ขี่จักรยานช้าๆกลับบ้าน ห้าโมงกว่าๆก็เริ่มเงียบกันแล้ว
แสงอาทิตย์ยามเย็นที่เพิ่งตื่นจากฤดูหนาวอันยาวนาน ไม่ได้ทำให้รู้สึกร้อนเลย
ตรงกันข้าม – แสงสวยกับลมหนาวทำให้ระหว่างทางมีเสน่ห์มากกว่าเดิม
ก็อย่างว่า, ความสุขมีทุกที่ อยู่ที่ใจเราจะหาเจอไหม
ก่อนถึงหมู่บ้านก็ได้กลิ่น ruisleipa จากโรงงานลอยมาเตะจมูกเหมือนเดิม
ทั้งๆที่ปกติแทบจะกลั้นหายใจแล้วรีบปั่นจักรยานผ่านไปเร็วๆ พร้อมนึกบ่นไม่ชอบมันอยู่ในใจ
แต่ตอนนั้นในใจกลับคิดว่า ..
สงสัยมื้อเย็นต้องเป็น ruisleipa ซะแล้ว!